skin

     กลุ่มที่คิดจะต่อต้านในลัทธิอะไรก็แล้วแต่ ส่วนมากจะเป็นกลุ่มที่มีความคิดเป็นของตัวเองและเอาความคิดตัวเองมาเป็นใหญ่ เช่นเดียวกับวง losfastidios ที่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาเกรียดการฆ่าบ้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ เกรียดความแบ่งแยกในเรื่องชาชั้น เกียดความเป็นระบอบเผด็จการ จึงเป็นสาเหตุที่มีแนวเพลงเกี่ยวกับการต่อต้านต่างๆออกมา สมาชิกของวง losfastidios บางคนถึงกับตั้งแก๊งหากใครที่ชื่นชอบใน นาซี ก็อาจจะโดนทำร้ายเลยก็ว่าได้ วง losfastidios มีที่มาจาก เวโรนา เมืองเล็กๆจากประเทศอิตาลี มีเนื้อหาแนวเพลงที่ชัดเจน เป็นตัวของตัวเอง การแต่งตัวของพวกเขาเน้นไปทางกรรมกรทางยุโรป เรียกกันง่ายๆว่ากลุ่ม Hooligans เพราะสไตล์การแต่งตัวบ่งบอกถึงความคิดที่แสดงออกมา ไม่ว่าจะเรื่องทรงผมที่มีการตัดแบบทรง สกินเฮด เกือบจะทั้งวง

Pressefoto_LosFastidios

เสื้อผ้าก็จะอยู่ในยุคที่ punk กำลังมาแรงเพราะการแต่งตัวแบบ punk นั้นถือว่าเป็นการแต่งตัวของกลุ่มที่ดูแล้วเป็นเชิงอันธพาล แต่หากมองในมุมอีกมุมก็คือการแต่งตัวตามสไตล์ของใครของมันมันก็จะไม่แปลกซักเท่าไร เพลงที่บ่งบอกตัวตนของ losfastidios ที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับนาซีได้แก่ No politica ซึ่งแปลตรงๆก็คือ ไม่มีนโยบาย ความหมายเพลงเนื้อหาชัดเจนมากบ่งบอกถึงการไม่มีนโยบายของรัฐบาล หรือ นาซี ที่ต่อต้านชาวยิว เมื่อครั้ง กลุ่มของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซี คิดจะ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว นั่นสื่อถึงไม่มีนโยบาลในการบริหารประเทศและคิดจะครอบครองทั้งโลก หรือโลภมากนั่นเอง

 

So Rude, So Lovely

      So Rude, So Lovely เพลงฮิตของ losfastidios ที่มีกระแสดังอย่างต่อเนื่องเพราะมีเนื้อหาเพลงฟังสบาย เรียนง่ายเป็นแนว ska โดยตรงทำให้ยอดขายในอัลบัมที่มีชื่อว่า So Rude, So Lovely เป็นยอดขายที่สูงสุดในปี 2558 และยังเป็นวงใต้ดินวงแรกที่ได้รับรางวัลเพลงที่ติดอันดับ 1 ของสถานีวิทยุชุมชน เวโรนา ในเมืองเล็กๆของประเทศอิตาลี ที่มาของเพลงโดยนักร้องนำอย่าง Enrico เป็นผู้แต่งและร้องนำจึงทำให้เพลงออกมาบรรยายถึงความไม่เท่าเทียมกันของมนุษย์ ที่มีทั้งดีและไม่ดีและยังแกร่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันมากขึ้นทุกวัน เนื้อเพลงเขียนโดยรวมเป็นการต่อว่ารัฐบาลหรือการเมืองที่มีการเอารัดเอาเปรียบกันเพิ่มมากขึ้นทุกวันๆ เพราะอิตาลีไม่ได้เป็นประเทศที่รวยนัก และยังมีสิ่งเสพติดค่อยข้างเยอะในแต่ละเมือง อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีประกรที่เยอะ และส่วนมากจะเป็นเกษตรกรซะเป็นส่วนใหญ่ของเมือง เวโรนา เพลง So Rude, So Lovely จึงถูกแต่งขึ้นมาพร้อมกับสถานการณ์ของบ้านเมือง จึงเป็นที่ชื่นชอบของกลุ่ม ska punk มากและยังถูกกระจายออกไปทางสื่ออินเตอร์เน็ตทำให้ชาวโลกส่วนใหญ่ได้ฟังกันและยังเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในทั่วทุกๆทวีป ฝั่งทวีปเอเชียก็ได้รับอิทธิพลของเพลงนี้เหมือนกัน

maxresdefault

เพราะประเทศญี่ปุ่น ได้เชิญวง losfastidios ไปแสดงผลงานของตัวเองในงาน เพลงใต้ดินจากต่างประเทศอีกด้วย และแฟนๆของ losfastidios ก็ไม่ทำให้ขายหน้าเพราะบัตรเต็มภายใน 5 นาที “มีทั้งความสนุกและเศร้าในค่ำคืนนั้นๆ พวกเราสนุกมากและครั้งหน้าอาจจะมีอีกครั้งในญี่ปุ่น” สมาชิกวง losfastidios กล่าวพร้อมขอบคุณแฟนๆที่ต้อนรับอย่างอบอุ่น

 

losfastidios

     ย้อนกลับไปเมื่อ 1990 ได้มีวงที่ชื่อ losfastidios ที่กำเนิดขึ้นมาในประเทศอิตาลี มีสมาชิกจำนวน 4 คน คนแรก คือ Enrico เป็นนักรองนำ ที่มีเสียงเป็นเอกลักษณ์และมีบุคลิกเป็นผู้นำมาก และโดดเด่นเรื่องการแต่งตัวพร้อมกับรอยสักที่เป็นตัวของตัวเอง คนที่ 2 mario เป็นคนที่เล่นกีตาร์และร้องในไปในตัว เป็นคนที่เล่นกีตาร์ได้ดีถือว่าเป็นเบอร์ต้นๆของ ประเทศอิตาลี เลยก็ว่าได้ คนที่ 3 Luca สามารถเล่นทั้งกีตาร์ กลอง และร้องนำได้ด้วย ถือว่าเป็นคนเดียวที่สามารถเล่นได้ทุกอย่างภายในวง คนที่ 4 Luca “Dave” ร้องนำและกลอง ทั้งสีคนนี้มีความสามารถเล่นได้ทุกแนวแต่หลักๆของวงนี้ก็คือเพลงแนว skapunk ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงซึ่งบางคนอาจจะชอบและไม่ชอบเพราะเป็นแนวเพลงเฉพาะกลุ่ม แต่ในอิตาลีถือว่าเป็นวงที่ฮิตและได้รับความนิยมมากในหมู่วัยรุ่น เพลงที่ดังที่สุดในปี 2547 คือ Antifa Hooligans

losfastidios 1985

เพราะเพลงนี้สื่อออกมาทั้งในด้านลบและบวกในเนื้อเพลงนั้น และยังนำไปเปิดในสนามฟุตบอลและกลายเป็นเพลงฮิตมาโดยตลอด การแต่งตัวของสมาชิกวง losfastidios ไม่ได้แต่งต่างกับชาวอังกฤษที่ชอบใช้ความรุนแรงเพราะมันคือกลุ่มที่ต่อต้านทุกลัทธิเรียกง่ายๆคือกลุ่มพวก ฮูลิแกน ที่ชื่นชอบความรุนแรงและก่อกวนชาวบ้าน สมาชิกของวงนี้ก็ได้รับอิทพลความรุนแรงของต่างประเทศมามากจึงเป็นที่มาของการตั้งชื่อวง และการแต่งตัวไปทางความรุนแรง เนื้อเพลงส่วนมากจะอธิบายเรื่องการเมือง และปัญหาของประเทศ และยังมีการตั้งขบวนการต่อต้าน ลัทธินาซี เพื่อให้กลุ่มที่มีความขัดแย้งต่อนาซีได้รุกขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา แต่วงอย่าง losfastidios ปัจจุบันเป็นวงที่เล่นเฉพาะใต้ดินเพราะเพลงเป็นแนวที่ รุนแรงและป่าเถื่อน จึงทำให้ผู้ที่นิยมฟังเพลงใต้ดินนั้นชื่นชอบและคลั่งไคล้พวกเขามาโดยตลอด